|
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2010 เวลา 06:40 น. |
พระศิวะเทพ ผู้เขย่าจักวาล ด้วยการร่ายรำ
พระศิวะ หรือพระอิศวรนั้น ตามคำภีร์ ปุราณะ ถือว่าเป็นบทโคลง ที่ใหญ่ที่สุด แบ่งได้ถึง 24,000 บาทโคลง และ 7 เรื่องราว โดยได้ระบุถึงอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ของพระศิวะได้อย่างพิสดารลองมาศึกษา อ่านข้อมูลประวัติ ความเป็นมากันเลยดีกว่าครับ ว่าจะมีความน่าสนใจ มากน้อยเพียงใด
ลัทธินิกายไศวะนิกาย เป็นลัทธิที่บูชาพระศิวะโดยตรง หรือพูดง่ายๆคือนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุดนั่นเองนอกจากนี้ยังมีลัทธิย่อยลงมาอีก เช่น ไศวะปาศปาท,คาปลิกา,กาลมุข,ลากูลิษาวิละไศวะ พระศิวะเทพ หรือที่มีพระนามอีกนัยหนึ่งว่า สดาศิวะ ถือเป็นต้นกำเหิดแห่งสรรพสิ่ง เป็นผู้แบ่งภาคให้เกิด พระแม่ศักติศิวาเพื่อให้เกิดเพศคู่ หรือ ทวิลักษณะจากนั้นจึงกำเหิดแก่ พระวิษณุเทพ (พระนารายณ์) เเละเมื่อพระวิษณุเทพ ได้รับบัญชา ให้สร้างบรรพบุรุษของคนทั้งสามโลก นั่นคือ จุดกำเนิดของ พระพรหม และกำเนิดสรรพสิ่งต่างๆในภายหลัง จากตำนานที่เป็นต้นกำเนิดข้างต้น ได้อ้างอิงจากลัทธิ ที่เคารพบูชา พระศิวะเทพ เป็นเทพเจ้าสูงสุด และแน่นอนว่า ลัทธิดังกล่าวย่อมยกย่องในฐานะ "เทพสูงสุด" ดังนั้นพระองค์จึงอยู่ในฐานะผู้สร้าง  พระอิศวร หรือ พระศิวะ (สันสกฤต: शिव Śiva) หรือชาวจีนเรียกว่า พระยกอ๋องซ่งเต เป็นเทพตามความเชื่อของชาวฮินดู มีพาหนะ คือ โคเผือก ชื่อว่า อุศุภราช พระอิศวรเป็นมหาเทพแห่งการทำลาย มีกายสีขาว แต่พระศอเป็นสีดำเพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และเหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวนนานมาก พญานาคจึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก พระศิวะ จึงว่าเกรงจะเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลกจึงได้สูบเอาพิษเหล่านั้น ไว้จึงทำให้ คอของพระศิวะเป็นสีดำนั้นเอง มีพระเนตรถึง 3 ดวง ดวงที่ 3 อยู่กลางพระนลาฏ ซึ่งตามปกติจะหลับอยู่ เนื่องจากพระเนตรดวงที่ 3 นี้ มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลืมขึ้นเมื่อใดจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ ประทับอยู่ ณ เขาไกรลาส อันเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล มีมเหสีคือ พระแม่อุมา รูปลักษณ์ของพระอิศวร โดยมากจะปรากฏให้เห็นเป็นชายผมยาว มีพระจันทร์เป็นปิ่นปักผม มีลูกประคำหรือกะโหลกมนุษย์เป็นสังวาล มีงูเห่าพันรอบพระศอ นุ่งห่มหนังเสืออันเป็นเครื่องนุ่งห่มของฤๅษี การบูชาพระอิศวรจะกระทำได้โดยการบูชาต่อศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์แทนตัวพระองค์นั่นเอง
พระอิศวรมีท่าร่ายรำอันเป็นการร่ายรำของเทพเจ้า เรียกว่า "ปางนาฏราช"(nataraja) เมื่อแปลงกายลงไปปราบฤๅษีที่ไม่ประพฤติตนอยู่ในเพศดาบส ซึ่งต่อมาชาวฮินดูได้ถือเอาท่าร่ายรำนี้เป็นต้นแบบของการร่ายรำต่าง ๆ มาตราบจนปัจจุบัน
พระอิศวรยังถือว่าเป็นเจ้าแห่งผีอีกด้วย โดยมีพระนามเรียกว่า "ปีศาจบดี" (ข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย) |